ติวเตอร์เฉพาะทางตอน แนวคิดเกี่ยวกับนโยบายและการนำนโยบายไปปฏิบัติ
การศึกษาเรื่อง
“การนำนโยบายพัฒนาสังคมขององค์การบริหารส่วนตำบลไปปฏิบัติ
กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดปทุมธานี”
ในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาจากตำรา เอกสารทางวิชาการ บทความ วารสาร
สื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ และงานวิจัยในประเด็นต่าง ๆ โดยมีสาระสำคัญตามลำดับดังนี้
1. แนวคิดเกี่ยวกับนโยบายและการนำนโยบายไปปฏิบัติ
2. แนวคิดเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จและการวัดความสำเร็จในการนำนโยบายไปปฏิบัติ
3. แนวคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับความสำเร็จในการนำนโยบายพัฒนาสังคมไปปฏิบัติ
4.
แนวคิดเกี่ยวกับนโยบายพัฒนาสังคมขององค์การบริหารส่วนตำบล
5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1.
แนวคิดเกี่ยวกับนโยบายและการนำนโยบายไปปฏิบัติ
1.1 ความหมายของนโยบายและนโยบายสาธารณะ
มีผู้ศึกษาได้ให้ความหมายของคำว่า “นโยบาย” (Policy)
และ “นโยบายสาธารณะ” (Public Policy) ไว้หลากหลายต่าง
ๆ กัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และแนวทางในการศึกษา ดังต่อไปนี้
ลาสเวลล์
และแคปแปลน ( Lasswell and Kaplan 1970:71)
ผู้ริเริ่มการศึกษาเกี่ยวกับนโยบายซึ่งเรียกว่า “นโยบายศาสตร์”
(Policy Sciences) กล่าวว่า “นโยบาย
หมายถึง แผนหรือโครงการที่กำหนดขึ้น ประกอบด้วย เป้าหมาย คุณค่า และการปฏิบัติต่าง
ๆ”
จักรกฤษณ์ นรนิติผดุงการ (2522: 57) ได้ศึกษาความหมายของคำว่า นโยบายจากตำราทางรัฐศาสตร์และสาธารณบริหารศาสตร์
และได้นิยามความหมายของนโยบายไว้ว่าคือ “แนวการดำเนินงาน
(course of action) ซึ่งผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ได้เลือกขึ้นมาจากหนทางที่จะกระทำได้หลาย
ๆ หนทาง และกำหนดขึ้นเพื่อให้ประชาชนและข้าราชการ ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติ
อาทิตย์ อุไรรัตน์ (2526: 11)
ได้กล่าวว่า “นโยบายน่าจะหมายความถึงแนวทางที่
(รัฐบาลประเทศหนึ่ง ๆ) ได้ (ตัดสินใจ)
เลือกแล้วว่าจะนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้อย่างเหมาะสม
และเป็นไปได้ในสภาพแวดล้อมของสังคม
อุทัย บุญประเสริฐ
(2528 : 4)
ได้กล่าวถึงความหมายของนโยบายไว้ว่านโยบายคือข้อความหรือสิ่งที่กำหนดไว้ เพื่อใช้เป็นแนวทางหรือเป็นกรอบกำกับการดำเนินงานด้านต่าง
ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายนั้น ๆ
เป็นสิ่งที่ผู้บริหารในระดับต่างๆหรือผู้ปฏิบัติการตามนโยบายนั้นจะต้องนำไปใช้เป็นกรอบของแนวความคิดในการพิจารณาตัดสินใจจัดทำแผนจัดทำโครงการและกำหนดวิธีการเฉพาะในการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของตนโดยตรง
ข้อความที่แสดงนโยบายอาจระบุได้เป็นสองแบบที่สำคัญคือ
กำหนดในลักษณะเป็นแนวทางกว้าง ๆ และแบบที่กำหนดจำเพาะเจาะจงเป็นเฉพาะกรณี
เฉพาะเรื่องคุณลักษณะที่สำคัญโดยทั่วไปของนโยบายคือ ข้อความต้องกะทัดรัดไม่สลับซับซ้อนทำให้ผู้ปฏิบัติทุกระดับที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าใจได้ง่ายและนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง
ประชุม รอดประเสริฐ
(2543 : 13) กล่าวว่า นโยบาย
เป็นข้อความหรือความเข้าใจร่วมกันอย่างกว้าง ๆ
ที่ใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจเพื่อปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ
ของผู้บริหารและของหน่วยงาน ข้อความที่ใช้เป็นนโยบายมักเป็นคำที่มีความยืดหยุ่นได้
เพราะนโยบายมิได้เป็นแนวทางที่ชี้เฉพาะว่าจะต้องปฏิบัติเช่นนั้นหรือเช่นนี้
หรือเป็นสิ่งที่ควรเลือกกระทำหรือไม่ควรเลือกกระทำ
วิจิตร
ศรีสอ้าน และทองอินทร์ วงศ์โสธร (2544 : 5)
ได้อธิบายว่า “นโยบาย”
เป็นกรอบทิศทางของการบริหารและการดำเนินการของหน่วยงาน
ตั้งแต่ระดับชาติถึงระดับท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน
ต่างก็มีความจำเป็นที่จะใช้นโยบายเป็นกรอบปฏิบัติสำหรับการวางแผน การตัดสินใจ
และการดำเนินงานในด้านต่างๆ
จากคำจำกัดความและความหมายที่กล่าวมา สามารถสรุปความหมายของนโยบายได้ว่า
นโยบายคือ ข้อความ หรือสิ่งที่กำหนดไว้
หรือความเข้าใจร่วมกันอย่างกว้าง ๆ
ที่ใช้เป็นกรอบหรือแนวทางในการตัดสินใจเพื่อปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ
ของผู้บริหารและหน่วยงานซึ่งข้อความที่เป็นนโยบายมักเป็นคำที่มีความยืดหยุ่นได้ เพราะเป็นเพียงแนวทางกว้าง
ๆ ที่ช่วยในการตัดสินใจเพื่อกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
หรือเป็นสิ่งที่ควรเลือกกระทำหรือไม่ควรเลือกกระทำ
เดวิด อีสตัน (David Easton 1953 : 129 อ้างถึงใน
เสน่ห์ จุ้ยโต 2547 : 6) ได้อธิบายความหมายของนโยบายสาธารณะว่าหมายถึง
อำนาจในการจัดสรรคุณค่าทางสังคมทั้งมวลและผู้ที่มีอำนาจในการจัดสรรคือรัฐบาล
และสิ่งที่รัฐบาลตัดสินใจที่จะเลือกกระทำหรือไม่กระทำเป็นผลมาจากการจัดสรรคุณค่าทางสังคม บุคคลผู้มีอำนาจสั่งการได้แก่
ผู้อาวุโสทางการเมือง
ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ
ตุลาการ นักบริหาร ที่ปรึกษาประมุขของประเทศ และผู้นำทางการเมือง
บุคคลเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับคุณค่าทางสังคมโดยได้รับการยอมรับในฐานะเป็นผู้มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย
ไอรา ชาแกนสกี้ (Sharkansky
1970:1) ได้อธิบายว่า
นโยบายสาธารณะ คือ กิจกรรมที่กระทำโดยรัฐบาล ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมทั้งหมดของรัฐบาล
ซึ่งควบคุมประเด็นสำคัญอย่างน้อย 4 ประการได้แก่
1.
ขอบข่ายของการบริหารสาธารณะด้านต่าง ๆ เช่นการศึกษา การจัดสวัสดิการ
การคมนาคมและการขนส่ง เป็นต้น
2. กฎข้อบังคับของบุคคลและหน่วยงานในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เช่น
วินัยของทหารและตำรวจ ข้อบังคับของพนักงานควบคุมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น
3.
การเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสและเหตุการณ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ เช่น
วันชาติ วันสำคัญทางศาสนา เป็นต้น
4. การควบคุมกระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะหรือการกระทำทางการเมืองอื่น ๆ เช่น
การเปลี่ยนแปลงวิธีการเสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภา การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ
การสถาปนาหรือตัดสัมพันธภาพทางการทูตกับประเทศหนึ่ง เป็นต้น
เจมส์
อี. แอนเดอร์สัน (James E. Anderson 1994 : 5 – 6
อ้างถึงใน เสน่ห์ จุ้ยโต 2547 : 6)
ให้ความหมายของคำว่า นโยบายสาธารณะคือ แนวทางปฏิบัติหรือการกระทำซึ่งมีองค์ประกอบหลายประการได้แก่
ผู้ปฏิบัติหรือชุดของผู้กระทำซึ่งต้องรับผิดชอบในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องของสังคมโดยมีจุดมุ่งหมายว่าสิ่งใดที่จะต้องกระทำให้สำเร็จมิใช่สิ่งที่รัฐบาลตั้งใจกระทำเท่านั้น
โทมัส
อาร์ ดาย (Thomas R. Dye 2002: 1 อ้างถึงใน เสน่ห์ จุ้ยโต 2547: 4) กล่าวว่า “นโยบายสาธารณะคือ สิ่งใดก็ตามที่รัฐบาลเลือกที่จะทำหรือไม่ทำ” รัฐบาลเลือกที่จะกระทำครอบคลุมกิจกรรมต่าง
ๆ ทั้งหมดของรัฐบาลทั้งกิจกรรมที่เป็นกิจวัตร
และกิจกรรมที่เกิดขึ้นในบางโอกาส
ศุภชัย
ยาวะประภาษ (2538 : 3) ให้ความหมายว่า นโยบายสาธารณะเป็นแนวทางการดำเนินกิจกรรมของรัฐบาล
ซึ่งรวมทั้งกิจกรรมที่ผ่านมาในอดีต กิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน และกิจกรรมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
กุลธน ธนาพงศธร (2540 : 568 – 569) ได้อธิบายนโยบายสาธารณะได้สังเคราะห์ความหมายของนักเรียนวิชาการไว้เป็น
3 กลุ่มคือ
กลุ่มความหมายแรก
นโยบายสาธารณะเป็นกิจกรรมหรือการกระทำของรัฐบาล
ไม่ว่าจะกระทำในลักษณะใดหรือเป็นรัฐบาลในระดับชาติหรือระดับท้องถิ่นก็ถือว่าเป็นนโยบายทั้งสิ้นเป็นการมุ่งเน้นกิจกรรมหรือการกระทำของรัฐบาลเป็นสำคัญ
กลุ่มความหมายที่สอง
เป็นแนวทางการตัดสินใจของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่าง ๆ
ที่สังคมจะกระทำหรือห้ามมิให้กระทำ
เป็นการตัดสินใจที่กำหนดแนวทางกว้าง ๆ
เพื่อนำเอาไปเป็นวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องและสามารถบรรลุถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้
กลุ่มความหมายที่สาม เป็นแนวทางหรือหนทางในการกระทำของรัฐบาลที่เรียกว่ามรรควิธี
(means) ที่จะก่อให้เกิดการกระทำขึ้น
เช่น แผน
แผนงานและโครงการที่กำหนดขึ้นอันประกอบด้วยเป้าหมายปลายทาง คุณค่าและการปฏิบัติต่าง ๆ
สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ (2543 : 21 – 22)
ได้ประมวลนิยามของนักวิชาการหลายท่าน แล้วประมวลเป็นลักษณะสำคัญของนโยบายสาธารณะดังนี้
1. เป็นกิจกรรมที่รัฐบาลเลือกที่จะกระทำหรือไม่กระทำ
2. เป็นการใช้อำนาจของรัฐในการจัดสรรกิจกรรมเพื่อตอบสนองค่านิยมของสังคม
3. ผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายสาธารณะ ได้แก่ ผู้นำทางการเมือง ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ
พรรคการเมือง สถาบันราชการ ข้าราชการ
และประมุขของประเทศ
4.
เป็นกิจกรรมที่รัฐบาลเลือกที่จะกระทำต้องเป็นชุดของการกระทำที่มีแบบแผน ระบบและกระบวนการอย่างชัดเจน เป็นการกระทำที่มีการสานต่ออย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
5.
เป็นกิจกรรมที่รัฐบาลเลือกที่จะกระทำต้องมีเป้าหมายวัตถุประสงค์
หรือจุดหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนจำนวนมาก
6.
เป็นกิจกรรมที่ต้องกระทำให้ปรากฏจริง
มิใช่เพียงแสดงเจตนารมณ์หรือความตั้งใจที่จะกระทำด้วยคำพูดเท่านั้น
7. เป็นกิจกรรมที่เลือกกระทำต้องมีผลลัพธ์ในการแก้ไขปัญหาที่สำคัญของสังคมทั้งปัญหาความขัดแย้งหรือความร่วมมือของประชาชน
8.
เป็นการตัดสินใจที่จะกระทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนจำนวนมาก มิใช่การตัดสินใจเพื่อประโยชน์เฉพาะบุคคล และเป็นชุดของการตัดสินใจที่เป็นระบบ มิใช่การตัดสินใจแบบเอกเทศ
9.
เป็นการเลือกทางเลือกที่จะกระทำโดยพิจารณาจากผลการวิเคราะห์ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ
และสังคม
10. เป็นกิจกรรมที่เกิดจากการต่อรองหรือประนีประนอมระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ต่าง
ๆ ที่เกี่ยวข้อง
11. เป็นกิจกรรมที่ครอบคลุมทั้งกิจกรรมภายในประเทศและระหว่างประเทศ
12. เป็นกิจกรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย
13.
เป็นกิจกรรมที่รัฐบาลเลือกที่กระทำหรือไม่กระทำ อันก่อให้เกิดผลกระทบทั้งทางบวกและลบต่อสังคม
เสน่ห์
จุ้ยโต (2550 : 8)
นโยบายสาธารณะเป็นแนวทางการตัดสินใจที่รัฐบาลเลือกกระทำหรือไม่กระทำของรัฐบาลทุกระดับของประเทศหนึ่ง
เพื่อชี้นำการกระทำที่ต้องการให้เกิดผลอย่างแท้จริง โดยการกำหนดเป็นชุดสำเร็จรูป (Package)
ของแผน
แผนงานและโครงการที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างมีเหตุผลในอันที่จะบรรลุเป้าหมายค่านิยมของสังคมที่กำหนดไว้
การศึกษานโยบายสาธารณะให้เข้าใจและสามารถวิเคราะห์นโยบายสาธารณะได้อย่างถูกต้อง
แม่นยำ ผู้ศึกษาต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะใน 3 เรื่องที่สำคัญคือ
ความหมายของนโยบายสาธารณะ ความสำคัญของนโยบายสาธารณะ และประเภทของนโยบายสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาความหมายในมุมมองของนักวิชาการ
พบว่าจะให้คำนิยามที่แตกต่างกันประมวลได้ 2 กลุ่มแนวคิด ได้แก่
แนวคิดแรก
แนวคิดเชิงมหภาค (macro) เป็นการอธิบายว่า
นโยบายสาธารณะเป็นเรื่องของการตัดสินใจ (decision making activities)
เพื่อที่กระทำการในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรืองดเว้นการกระทำในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
อาทิ ตัดสินใจที่จะมีนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน
ตัดสินใจที่จะมีนโยบายเพื่อจัดเก็บภาษีมรดก
หรือตัดสินใจที่ไม่ควบคุมการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น โดยดำเนินนโยบายในลักษณะ “กำกับดูแล”
การปกครองท้องถิ่นให้ปกครองตนเองตามหลักการกระจายอำนาจการตัดสินใจ (decentralization)
แนวคิดที่สอง
แนวคิดเชิงจุลภาค (micro) เป็นการอธิบายว่า
นโยบายสาธารณะเป็นเรื่องของการคิด (thinking) เพื่อหาหนทาง (means)
วิธีการที่ดีกว่า เพื่อการบรรลุเป้าหมายที่สังคมคาดหวัง (ends)
โดยหนทางที่คิดขึ้นจะต้องสอดคล้องสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบที่เรียกว่า
ชุดสำเร็จรูปของแผนงานโครงการที่บรรลุนโยบายสาธารณะ
ซึ่งตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาและความต้องการของประชาชน (เสน่ห์ จุ้ยโต 2550,
290-292)
ความคิดเห็น