ดิวเตอร์เฉพาะทางตอนจิ๋วแต่แจ๋วคุณภาพตามแนวคิดทฤษฎีของเสน่ห์ จุ้ยโต (2550: 91-95)


           โครงสร้างขององค์การบริหารส่วนตำบล จะเป็นการจัดส่วนประกอบขององค์การเข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายขององค์การ โดยมีการจัดคนให้ทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ มีการแบ่งงานกันทำ การจัดสายการบังคับบัญชาในองค์การ การกำหนดระดับตำแหน่งต่าง ๆ ในองค์การ รวมถึงการกำหนดระเบียบ กฎเกณฑ์ และวิธีการในการทำงาน ทำหน้าที่ในการสร้างผลผลิตขององค์การ เพื่อให้องค์การสามารถดำเนินการให้บรรลุตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ทั้งนี้เพราะโครงสร้างองค์การจะบอกถึงส่วนประกอบต่าง ๆ ในองค์การ และแสดงถึงหน้าที่ของส่วนประกอบแต่ละส่วนเหล่านั้น การจัดโครงสร้างที่ดีจึงทำให้การประสานระหว่างหน้าที่ของแต่ละส่วนเป็นไปเพื่อบรรลุเป้าหมายองค์การได้ดียิ่งขึ้นและโครงสร้างองค์การจะทำหน้าที่ในการควบคุมพฤติกรรมของสมาชิกในองค์การที่มีความแตกต่างหลากหลายเข้าด้วยกัน โดยจะกำหนดแนวทางในการปฏิบัติงานต่าง ๆ ขององค์การขั้นตอนวิธีการในการทำงาน ระเบียบที่ใช้ในการทำงาน ซึ่งส่วนนี้จะทำให้สมาชิกในองค์การต้องประพฤติปฏิบัติเช่นเดียวกันโครงสร้างองค์การจะทำให้สมาชิกขององค์การมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนน้อยที่สุดและทำให้สมาชิกปฏิบัติตามมาตรฐานที่องค์การต้องการเป็นปัจจัยรองลงมาลำดับสุดท้ายเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจัยอื่นที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จในการนำนโยบายพัฒนาสังคมขององค์การบริหารส่วนตำบลไปปฏิบัติในพื้นที่ 6 อำเภอในจังหวัดปทุมธานี ผลการวิจัยนี้สอดคล้องกับแนวคิดของเสน่ห์ จุ้ยโต (2550: 91-95) กล่าวว่า SMALL: จิ๋วแต่แจ๋วคุณภาพ องค์การสมัยใหม่จะมีขนาดเล็กลง แต่มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบที่สำคัญ 5 ประการ ได้แก่

                         1)  S = Shamrock Organization หมายถึง องค์การที่มีลักษณะ 3 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนงานหลัก (Core – competency) ที่มีพนักงานที่มีคุณภาพ เงินเดือนสูง เป็นพนักงานประจำองค์การ ส่วนงานรับเหมาช่วง (Sub – contractor)    ที่มิใช่เป็นพนักงานองค์การ แต่เชื่อมโยงเป็นพันธมิตรทำงานร่วมกัน และส่วนที่สาม คือ ส่วนงานชั่วคราว (Part – time)    ที่ทำงานในบางช่วงเวลา ทำให้ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าจ้างเงินเดือนแบบประจำ องค์การแบบแซมร็อคทำให้มีขนาดเล็กลง (downsizing) เหลือเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น

                          2)  M = Merit System หมายถึง ระบบคุณธรรมที่ยึดหลักความรู้ความสามารถเท่านั้น ระบบคัดเลือกจะเป็นไปแบบเข้ายากออกง่าย ซึ่งต่างจากระบบเดิมที่เข้ายากออกยาก เป็นระบบคุณธรรมที่ยึดหลักความรู้ความสามารถ หลักความเสมอภาคในโอกาส หลักความมั่นคงในอาชีพและหลักความเป็นกลางทางการเมืองในระบบคุณธรรมแบบใหม่มุ่งเน้นการคัดสรรบุคคลที่มีความสามารถมีความพร้อมที่จะทำงานเพื่อการแข่งขันในอนาคต เป็นบุคคลที่รอบรู้ทั้งทางวิชาการ วิชาชีพและความสามารถในด้านภาษาทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาอิเล็กทรอนิกส์พร้อมสู่โลกสังคมข้อมูลข่าวสาร (Information society)

                         3)  A = Architect หมายถึง สถาปนิกองค์การที่ต้องจัดโครงสร้างและออกแบบองค์การให้สอดคล้องต่อความต้องการความคาดหวังของลูกค้า องค์การอนาคตต้องมุ่งสู่การผนึกกำลังของทุกฝ่ายเพื่อลูกค้าเป็นสำคัญ

                         4)  L = Little Area หมายถึง ขอบเขต พื้นที่เล็กลง เพื่อให้สามารถบริการลูกค้าโดยแบ่งเขตพื้นที่จะถูกนำไปใช้มากขึ้น อาทิ การปฏิรูปการศึกษามุ่งสู่โรงเรียนเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้       ( School – based management) ปฏิรูปการศึกษามุ่งสู่การแบ่งเขตให้เล็กลงทำให้บริการได้ทั่วถึงเป็นธรรมดาและรวดเร็ว คุณสมบัติของผู้บริหารและพนักงานต้องมุ่งสู่การมีวิสัยทัศน์ การหยั่งรู้อย่างลึกซึ้ง การริเริ่มสร้างสรรค์ ความฉลาดทางอารมณ์ ปรับตัวให้สอดรับต่อการเปลี่ยนแปลง มีความรับผิดชอบ เพียรพยายามไม่ลดละ มองโลกในแง่ดี (Positive mental attitude) มีความเป็นเครือข่าย (Networking) สื่อสารได้หลายภาษาทั้งภาษาสื่อสาร ภาษาอังกฤษและภาษาอิเลคทรอนิกส์ เป็นต้น

                          5)  L = Linking Pin Concept หมายถึง แนวคิดหมุดเชื่อมโยงที่ต้องมีการผนึกกำลังร่วมตั้งแต่พนักงานทุกคน ทุกแผนกงานและประสานทุกแผนกงานสู่ความเป็นเลิศขององค์การการเชื่อมต่อในลักษณะของการประสานงานให้เกิดความรวดเร็วเพื่อความพึงพอใจของลูกค้าเป็นการเชื่อมประสานทั้งในแนวดิ่ง (vertical) และแนวนอน (horizontal)

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม